ล่องเรือชมวัด-วัง
ค่าสมัคร
|
สมาชิกนิตยสาร ท่านละ
|
3,500.00
บาท
|
|
บุคคลทั่วไป ท่านละ
|
3,800.00
บาท
|
สมัครออนไลน์
|
ดาว์นโหลดใบสมัคร
บ้านและสวนชวนล่องเรือชมวัด-พระราชวัง บ้านและสวนชวนคุณล่องเรือ...ย้อนอดีตชมสถาปัตยกรรมและเที่ยวชมวิถีไทย 3 สายน้ำ ยลวัดวัง อาทิ
โบสถ์ซางตาครู้ส โบสถ์คริสต์ของชาวโปรตุกีส ชิมขนมฝรั่ง ขนมโบราณอายุกว่า 200 ปี
พระราชวังเดิมชมพระราชวังที่มีความเรียบง่ายแต่สวยงาม เที่ยวชมวิถีชีวิตชุมชน และ
ชมสถานท่องแห่งใหม่ “บ้านศิลปิน” ในคลองบางกอกใหญ่ ชมวังที่ออกแบบตกแต่งสไตล์สถาปัตยกรรม
แบบอิตาเลี่ยน “วังลดาวัลย์” กับวิทยากรจากมหาวิทยาลัยศิลปากร
วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2553 เวลา 07.00 – 16.00 น.
ณ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) ตลิ่งชัน
บุคคลทั่วไปท่านละ 3,800 บาท
พิเศษ สมาชิกท่านละ 3,500 บาท
กำหนดการ
วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2553
07.00 น. พบกัน ณ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งฯ ตลิ่งชัน
07.30 น. ลงเรือ พร้อมออกเดินทางสู่ชุมชนบ้านบุ
08.00 น. เดินทางถึงชุมชนบ้านบุ เป็นชุมชนเล็กๆ ริมคลองบางกอกน้อย ใกล้กับสถานีรถไฟธนบุรี เป็นอีกหนึ่งชุมชน ในกรุงเทพมหานคร ที่มีงานหัตถกรรม อันเป็นมรดกของชุมชน สืบสานกันมาเป็นเวลานาน ชุมชนบ้านบุจึงสืบเชื้อสายต่อเนื่องจากอยุธยามาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยชาวบ้านที่เคยประกอบอาชีพช่างบุทำเครื่องทองลงหินหรือเครื่องทองสัมฤทธิ์ ชาวบ้านคงดำรงชีพด้วยการทำภาชนะเครื่องทองลงหินอยู่เช่นเดิม และสืบเชื้อสายถ่ายทอดวิชาช่างบุต่อเนื่องกันมาในชุมชนหลายชั่วอายุคน
08.30 น. เดินทางสู่พระราชวังเดิม พระราชวังหลวงของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2310 อาณาเขตภายในประกอบด้วย ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นอาคารทรงไทยที่มีการผสมผสานสถาปัตยกรมมรูปแบบตะวันตกบางส่วน อาคารตำหนักเก๋งคู่หลังใหญ่สถาปัตยกรรมไทยและจีน ตำหนักเก๋งคู่หลังเล็กสถาปัตยกรรมแบบจีน อาคารท้องพระโรง ตำหนักเก๋งสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ป้อมวิชัยประสิทธิ์ เรือนเขียวและ ศาลศีรษะปลาวาฬ
09.30 น. เดินทางสู่วัดซางตาครู้ส วัดคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกของชาวโปรตุกีส ได้เดินทางเข้ามาหลังจากหลบหนีภัยไปอยู่ประเทศเขมร หลังสงครามพม่าบุกทำลายกรุงศรีอยุธยา ภายหลังที่พระเจ้าตากสินสถาปนากรุงธนบุรีแล้ว พระองค์ก็ได้พระราชทานที่ดินแปลงหนึ่งสำหรับปลูกสร้างวัดซางตาครู้ส ชมความงามของสถาปัตยกรรมแบบอิตาลีที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี ต่อมาได้ทรุดโทรมลงและมีการสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่อเป็นอาคารชั้นเดียวรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกผสมกับเรเนอซองส์ มีจุดเด่นที่หอคอยของอาคารซึ่งเป็นรูปโดม ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับพระที่นั่งอนันตสมาคม ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนประดับด้วยลวดลายปูนปั้นอย่างงดงามภายในโบสถ์ ประดับกระจกสีรูปครึ่งวงกลมกรุกระจกสี Stained Glass จากนั้นชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนแถบนั้น และชิมขนมฝรั่งกุฎีจีนขนมโบราณที่มีมาแต่สมัยกรุงธนบุรีมีอายุกว่า 200 ปี
10.30 น. พร้อมกันที่ ท่าน้ำวัดซางตาครู้สเพื่อขึ้นเรือและเดินทางสู่บ้านศิลปิน
11.30 น. นำท่านสู่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ “บ้านศิลปิน” มีลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้น รูปตัวแอล ล้อมรอบเจดีย์ย่อมุมสิบสอง เจดีย์เก่า สมัยอยุธยา เดิมเป็น บ้านไม้ทรงมะนิลาของตระกูล
“รักสำหรวจ” กลุ่มศิลปินได้เข้ามาซื้อแล้วบูรณะใหม่ ใช้เป็นที่ทำงาน แสดงผลงาน ภาพวาด ภาพถ่าย จิวเวลรี่ และขายกาแฟ โปสการ์ด ของที่ระลึก ฯลฯ
12.00 – 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ บ้านศิลปิน ซึมซับบรรยากาศวิถีชีวิตในชุมชนกับสายน้ำ พร้อมวาดภาพล้อเป็นของที่ระลึก
13.00 น. พร้อมกันที่ท่าน้ำ บ้านศิลปิน เพื่อเดินทางสู่ท่าน้ำเทเวศร์ และเดินทางโดยรถตู้บริษัท เพื่อเดินทางสู่วังลดาวัลย์
14.00 น.- 16.00 น. เดินทางถึงวังลดาวัลย์ วังเจ้านนายชั้นสูง ที่เรียกว่า วังแดง ตามกำแพงสีแดงที่เราเห็นนั่นเอง วังแดงนี้ เป็นอีกวังหนึ่งที่ พระพุทธเจ้าหลวง ทรงโปรดให้สร้าง พระราชทานแด่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายุคลทิฆัมพร กรมหมื่นลพบุรีราเมศวร พระราชโอรสองค์ที่ 41 ในพระวิมาลาเธอ กรมพระสุธาสินีนาฏ เพื่อใช้เป็นที่ประทับ หลังจบการศึกษาจากต่างประเทศ พระองค์เจ้ายุคลทิฆัมพรฯ ทรงสำเร็จการศึกษา ทางด้านศิลปศาสตร์ ในระดับปริญญาโท
จาก มหาวิทยาลัย เคมบริดจ์ ประเทศ อังกฤษ ด้วยพระชนมายุเพียง 24 ชันษา
และในปีพ.ศ.2468 พระองค์ก็เสด็จกลับสู่มาตุภูมิ และ เริ่มดำเนินการเลือกแบบ วังแดงนี้ ด้วยพระองค์เอง ด้วยเหตุที่ทรงหลงไหลในสถาปัตยกรรม แบบอิตาเลี่ยนตามพระราชบิดา พระองค์เจ้า ทิฆัมพร จึงทรงว่าจ้าง สถาปนิกชาว อิตาเลี่ยนออกแบบถวายแล้วทรงตั้งนามให้ว่า วังลดาวัลย์ และพระองค์ก็ประทับอยู่ ณ วังนี้พร้อมพระองค์หญิงเฉลิมเขตมงคล พระชายาจวบจนสิ้นพระชนม์ หลังจากที่เจ้าของวังสิ้นไป พระองค์หญิงเฉลิมเขตมงคลก็ทรงประทับอยู่ เพื่อดูแลรักษา วังลดาวัลย์นี้อีกไม่กี่ปีแล้วจึงขายวังนี้ ให้กับ สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อใช้เป็น สำนักงาน ตราบจนถึงทุกวันนี้
16.00 น. เดินทางกลับสู่บริษัทอมรินทร์โดยสวัสดิภาพ